โคเดก (codec) บลูทูธคือวิธีบีบอัดและส่งสัญญาณเสียงจากมือถือหรือคอมพิวเตอร์ไปยังหูฟังไร้สาย แต่ละแบบให้บิตเรตและความหน่วง (latency) ต่างกัน ตัวที่พบบ่อยคือ SBC (มาตรฐานพื้นฐานที่หูฟังทุกรุ่นรองรับ) AAC (เหมาะกับอุปกรณ์ Apple) aptX/aptX HD (นิยมบนฝั่ง Android) และ LDAC (บิตเรตสูงสุด ใช้บนอุปกรณ์ Sony และ Android บางรุ่น) การเลือกหูฟังที่รองรับโคเดกตรงกับมือถือของตัวเองมีผลต่อคุณภาพเสียงและความหน่วงเวลาดูวิดีโอหรือเล่นเกมโดยตรง
โคเดกบลูทูธคืออะไร ทำไมต้องมีหลายแบบ
บลูทูธมีแบนด์วิดท์จำกัด จึงต้องบีบอัดไฟล์เสียงก่อนส่งจากต้นทาง (มือถือ) ไปยังปลายทาง (หูฟัง) แล้วให้หูฟังถอดรหัสกลับมาเล่นเสียง โคเดกแต่ละแบบใช้อัลกอริทึมบีบอัดต่างกัน จึงมีบิตเรตสูงสุด คุณภาพเสียงที่ได้ และความหน่วงในการส่งสัญญาณไม่เท่ากัน อุปกรณ์ต้นทางและหูฟังต้องรองรับโคเดกเดียวกันจึงจะใช้งานได้ ถ้าไม่ตรงกันระบบจะเลือกใช้ SBC ซึ่งเป็นโคเดกพื้นฐานที่หูฟังบลูทูธทุกรุ่นต้องรองรับเป็นมาตรฐานขั้นต่ำโดยอัตโนมัติ
โคเดกยอดนิยมแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
SBC เป็นโคเดกบังคับตามมาตรฐานบลูทูธ บิตเรตอยู่ที่ประมาณ 328 kbps ในการใช้งานทั่วไป คุณภาพเพียงพอสำหรับการฟังเพลงทั่วไปแต่ไม่ใช่ตัวที่ให้รายละเอียดเสียงดีที่สุด
AAC บิตเรตประมาณ 250 kbps ทำงานได้ดีเป็นพิเศษบนอุปกรณ์ iPhone และ iPad เพราะ Apple ปรับแต่งการเข้ารหัสไว้เฉพาะ แต่บนฝั่ง Android คุณภาพอาจไม่แน่นอนเพราะขึ้นกับชิปเซ็ตของแต่ละรุ่น
aptX บิตเรตประมาณ 352 kbps ส่วน aptX HD สูงถึง 576 kbps ทั้งคู่พัฒนาโดย Qualcomm เน้นลดความหน่วงและรักษารายละเอียดเสียง พบมากในหูฟังและมือถือ Android ระดับกลางถึงบน
LDAC พัฒนาโดย Sony รองรับบิตเรตสูงสุดถึง 990 kbps ซึ่งใกล้เคียงไฟล์เสียงคุณภาพสูง (Hi-Res) เหมาะกับคนที่ต้องการรายละเอียดเสียงมากที่สุด แต่ต้องใช้ทั้งมือถือและหูฟังที่รองรับ LDAC โดยเฉพาะ และกินพลังงานมากกว่าโคเดกอื่น
โคเดกมีผลต่อการใช้งานจริงอย่างไร
นอกจากคุณภาพเสียงแล้ว โคเดกยังกำหนดความหน่วงของสัญญาณ ซึ่งสำคัญเวลาดูวิดีโอหรือเล่นเกม ถ้าความหน่วงสูงเกินไปจะรู้สึกว่าเสียงมาไม่ตรงกับภาพปาก โคเดกทั่วไปอย่าง SBC และ AAC มีความหน่วงสูงกว่า aptX เล็กน้อย ผู้ผลิตบางรายจึงทำโหมดความหน่วงต่ำ (aptX Low Latency) แยกออกมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ส่วนคุณภาพเสียงในชีวิตประจำวัน ความแตกต่างระหว่างโคเดกจะสังเกตได้ชัดเจนที่สุดเมื่อฟังผ่านหูฟังที่มีไดรเวอร์คุณภาพดีและฟังไฟล์เสียงต้นฉบับคุณภาพสูง ถ้าฟังเพลงสตรีมมิงบิตเรตต่ำอยู่แล้ว ความแตกต่างระหว่างโคเดกจะสังเกตได้ยากขึ้น
เลือกหูฟังให้เข้ากับอุปกรณ์ของตัวเองอย่างไร
ผู้ใช้ iPhone ควรมองหาหูฟังที่รองรับ AAC เป็นหลัก เพราะเป็นโคเดกที่ iOS ใช้งานร่วมกับหูฟังภายนอกได้ดีที่สุด ผู้ใช้ Android ควรตรวจสอบสเปกมือถือของตัวเองว่ารองรับ aptX, aptX HD หรือ LDAC หรือไม่ (ดูได้ในเมนูนักพัฒนาของ Android) แล้วเลือกหูฟังที่รองรับโคเดกเดียวกัน หากไม่แน่ใจหรือใช้งานสลับหลายอุปกรณ์ หูฟังที่รองรับ SBC และ AAC ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปอยู่แล้ว เพราะเป็นโคเดกที่ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ได้แน่นอนที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
iPhone รองรับโคเดกอะไรบ้าง
iPhone รองรับ SBC และ AAC เป็นหลัก ไม่รองรับ aptX หรือ LDAC ดังนั้นหูฟังที่ระบุว่ารองรับ aptX หรือ LDAC จะทำงานกับ iPhone ในโหมด AAC หรือ SBC แทน
โคเดกคุณภาพสูงอย่าง LDAC กินแบตหูฟังมากกว่าโคเดกทั่วไปไหม
โดยทั่วไปใช่ เพราะการส่งข้อมูลบิตเรตสูงต้องใช้พลังงานมากกว่า หูฟังที่เปิดโหมด LDAC หรือ aptX HD ตลอดเวลาอาจมีระยะเวลาใช้งานต่อการชาร์จสั้นลงเมื่อเทียบกับการใช้โคเดก SBC หรือ AAC
อ่านเพิ่มเติม
- ANC ตัดเสียงรบกวนทำงานอย่างไร จำเป็นแค่ไหนสำหรับหูฟังไร้สาย
- หูฟังไร้สายทุกรุ่นที่ TMT ขาย 2026 งบไหนก็มี เลือกรุ่นไหนดี
จัดทำโดยทีมเนื้อหา TMT Innovation