SpO2 ในสมาร์ทวอทช์คืออะไร วัดออกซิเจนในเลือดแม่นแค่ไหน

SpO2 คือค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ซึ่งสมาร์ทวอทช์และสมาร์ทแบนด์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันวัดได้จากเซนเซอร์แสงที่ข้อมือ โดยทั่วไปใช้เพื่อติดตามแนวโน้มสุขภาพเบื้องต้น เช่น การพักผ่อนตอนกลางคืนหรือการปรับตัวตอนอยู่ที่สูง ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวินิจฉัยโรคหรือทดแทนเครื่องมือแพทย์ และความแม่นยำจะแตกต่างกันไปตามการสวมใส่และสภาพแวดล้อม

SpO2 คืออะไร วัดค่าอะไร

SpO2 (Peripheral Capillary Oxygen Saturation) คือเปอร์เซ็นต์ของฮีโมโกลบินในเลือดที่จับกับออกซิเจน ในคนที่มีสุขภาพปกติค่านี้มักอยู่ในช่วง 95-100% เครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้วัดค่านี้แบบดั้งเดิมคือเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (fingertip pulse oximeter) ซึ่งใช้หลักการเดียวกับที่สมาร์ทวอทช์นำมาย่อส่วนใส่ไว้ที่ข้อมือ

สมาร์ทวอทช์วัด SpO2 ได้อย่างไร

สมาร์ทวอทช์ใช้เทคโนโลยี PPG (Photoplethysmography) โดยยิงแสง LED สีแดงและอินฟราเรดผ่านผิวหนังบริเวณข้อมือ แล้ววัดปริมาณแสงที่สะท้อนกลับมาที่เซนเซอร์รับแสง เนื่องจากเลือดที่มีออกซิเจนมากกับน้อยดูดกลืนแสงสองความยาวคลื่นนี้ไม่เท่ากัน ตัวเครื่องจึงคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ SpO2 ออกมาได้ วิธีนี้เป็นหลักการเดียวกับที่ใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เพียงแต่ใช้อัลกอริทึมประมวลผลต่างกัน

ความแม่นยำและข้อจำกัด

การวัดที่ข้อมือมีความท้าทายมากกว่าปลายนิ้ว เพราะผิวหนัง กระดูก และการไหลเวียนเลือดบริเวณนี้ต่างจากปลายนิ้ว ปัจจัยที่ทำให้ค่าคลาดเคลื่อนได้บ่อย ได้แก่ สายรัดหลวมเกินไปหรือแน่นเกินไป มือเย็นจนเลือดไหลเวียนน้อยลง ขยับข้อมือระหว่างวัด แสงภายนอกรบกวนเซนเซอร์ รวมถึงรอยสักหรือสีผิวที่มีผลต่อการดูดกลืนแสง ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงระบุชัดเจนว่าฟีเจอร์นี้มีไว้เพื่อการติดตามสุขภาพทั่วไป (wellness) ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผ่านการรับรองสำหรับวินิจฉัยโรค

ควรใช้ค่า SpO2 จากสมาร์ทวอทช์อย่างไรให้เหมาะสม

วิธีที่เหมาะสมคือมองค่า SpO2 เป็น “แนวโน้ม” มากกว่า “ค่าที่แม่นยำระดับการแพทย์” เช่น สังเกตว่าค่าเฉลี่ยตอนนอนหลับเปลี่ยนไปจากปกติมากหรือไม่ หรือใช้ประกอบการดูแลตัวเองตอนเดินทางไปพื้นที่สูง หากพบค่าต่ำผิดปกติต่อเนื่องหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรตรวจสอบด้วยเครื่องมือทางการแพทย์หรือปรึกษาแพทย์แทนการอ้างอิงจากสมาร์ทวอทช์เพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

Q: สมาร์ทวอทช์ทุกรุ่นวัด SpO2 ได้หรือไม่
A: ไม่ใช่ทุกรุ่น ฟีเจอร์นี้ต้องอาศัยเซนเซอร์วัดออกซิเจนในเลือดโดยเฉพาะ ควรตรวจสอบสเปกของแต่ละรุ่นก่อนซื้อว่ารองรับฟังก์ชันนี้หรือไม่

Q: ทำไมค่า SpO2 ที่วัดแต่ละครั้งไม่เท่ากัน
A: เป็นเรื่องปกติเพราะการไหลเวียนเลือด อุณหภูมิผิวหนัง และการขยับตัวขณะวัดมีผลต่อค่าที่ได้ในแต่ละครั้ง หากต้องการค่าที่นิ่งกว่าควรวัดขณะอยู่นิ่งและสายรัดกระชับพอดี

อ่านเพิ่มเติม

จัดทำโดยทีมเนื้อหา TMT Innovation