HDMI 2.0 และ HDMI 2.1 เป็นมาตรฐานสายและพอร์ตเชื่อมต่อภาพและเสียงที่ใช้ในทีวี กล่องสตรีมมิง และอุปกรณ์เล่นไฟล์มัลติมีเดียทั่วไป ความแตกต่างหลักอยู่ที่แบนด์วิดท์ในการส่งข้อมูล ซึ่งส่งผลต่อความละเอียดภาพ อัตรารีเฟรชสูงสุด และฟีเจอร์เสริมอย่าง HDR แบบไดนามิกหรือ VRR สำหรับการใช้งานดูหนัง ฟังเพลง หรือสตรีมมิงคอนเทนต์ทั่วไป HDMI 2.0 ก็เพียงพอแล้ว ส่วน HDMI 2.1 จะเห็นประโยชน์ชัดเจนขึ้นเมื่อใช้กับคอนเทนต์ 4K ที่เฟรมเรตสูง หรือต่อกับเครื่องเล่นเกม
แบนด์วิดท์และความละเอียดที่รองรับ
HDMI 2.0 รองรับแบนด์วิดท์สูงสุดประมาณ 18 Gbps ทำให้ส่งสัญญาณภาพ 4K ที่ 60Hz ได้สบาย ซึ่งครอบคลุมการดูหนังและซีรีส์สตรีมมิงส่วนใหญ่ที่มาที่ 24-30 เฟรมต่อวินาทีอยู่แล้ว ส่วน HDMI 2.1 ยกระดับแบนด์วิดท์ขึ้นไปสูงสุดถึง 48 Gbps (เมื่อใช้สาย Ultra High Speed HDMI) ทำให้รองรับ 4K ที่ 120Hz หรือ 8K ที่ 60Hz ได้ในทางทฤษฎี ซึ่งเกินความจำเป็นของการดูคอนเทนต์ทั่วไป แต่มีประโยชน์มากสำหรับเกมที่เฟรมเรตสูงหรือคอนเทนต์ 8K ในอนาคต
ฟีเจอร์ที่มีเฉพาะใน HDMI 2.1
นอกจากแบนด์วิดท์ที่มากขึ้น HDMI 2.1 ยังเพิ่มฟีเจอร์ที่ HDMI 2.0 ไม่มีมาแต่ต้น ได้แก่ Variable Refresh Rate (VRR) ที่ช่วยลดอาการภาพกระตุกในเกม, Auto Low Latency Mode (ALLM) ที่สลับโหมดหน่วงต่ำอัตโนมัติเมื่อเล่นเกม, และ eARC ที่ส่งเสียงคุณภาพสูงอย่าง Dolby Atmos กลับไปยังซาวด์บาร์หรือแอมป์ได้สมบูรณ์กว่า ARC รุ่นเดิม ส่วนเรื่อง HDR นั้น ทั้ง HDMI 2.0b และ 2.1 รองรับ HDR10 ได้อยู่แล้ว แต่ HDMI 2.1 จะรองรับการส่งข้อมูล Dynamic HDR (เช่น HDR10+ หรือ Dolby Vision แบบไดนามิก) ได้ลื่นไหลกว่าเมื่อคอนเทนต์มีบิตเรตสูง
ใช้กับกล่องสตรีมมิงจำเป็นต้องมี HDMI 2.1 ไหม
กล่องสตรีมมิงและอุปกรณ์เล่นคอนเทนต์อย่าง Fire TV Stick หรือกล่องแอนดรอยด์ทีวีทั่วไป ส่วนใหญ่เอาต์พุตวิดีโอสูงสุดที่ 4K 60Hz ซึ่ง HDMI 2.0 รองรับได้เต็มที่อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมองหา HDMI 2.1 เป็นเงื่อนไขหลักในการเลือกซื้อ สิ่งที่ควรดูแทนคือทีวีหรือจอปลายทางรองรับ HDR ที่กล่องส่งออกมาหรือไม่ และสายที่ใช้เป็นสายที่มีคุณภาพเพียงพอสำหรับความละเอียดที่ใช้งานจริง ส่วนกรณีที่ HDMI 2.1 มีความสำคัญจริง ๆ คือการต่อเครื่องเล่นเกมคอนโซลรุ่นใหม่หรือคอมพิวเตอร์เข้ากับจอที่รองรับ 4K 120Hz
สายเคเบิลก็มีผลเช่นกัน
การมีพอร์ต HDMI 2.1 บนอุปกรณ์อย่างเดียวไม่พอ หากใช้สาย HDMI รุ่นเก่าที่รองรับแบนด์วิดท์ต่ำ ก็จะไม่สามารถส่งสัญญาณได้เต็มความสามารถของพอร์ต ควรเลือกสายที่ระบุว่าเป็น High Speed HDMI สำหรับงาน 4K 60Hz ทั่วไป หรือ Ultra High Speed HDMI หากต้องการใช้ฟีเจอร์ของ HDMI 2.1 เต็มรูปแบบ เช่น 4K 120Hz หรือ VRR
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ทีวีรุ่นเก่าที่มีแค่ HDMI 2.0 จะดูคอนเทนต์ 4K HDR จาก Fire TV Stick ได้ไหม
ตอบ: ได้ตามปกติ เพราะ HDMI 2.0 (โดยเฉพาะเวอร์ชัน 2.0b) รองรับการส่งสัญญาณ 4K 60Hz พร้อม HDR10 อยู่แล้ว ซึ่งเพียงพอสำหรับคอนเทนต์สตรีมมิงส่วนใหญ่
ถาม: จำเป็นต้องเปลี่ยนสาย HDMI เมื่ออัปเกรดทีวีเป็นรุ่นที่รองรับ HDMI 2.1 หรือไม่
ตอบ: หากต้องการใช้งานฟีเจอร์เต็มรูปแบบของ HDMI 2.1 เช่น 4K 120Hz ควรเปลี่ยนเป็นสาย Ultra High Speed HDMI เพราะสายรุ่นเก่าอาจส่งข้อมูลได้ไม่เต็มแบนด์วิดท์ที่พอร์ตรองรับ
อ่านเพิ่มเติม
จัดทำโดยทีมเนื้อหา TMT Innovation